ทส. ผนึกกำลังประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต ขับเคลื่อนนโยบาย "No Gift Policy โปร่งใสและเป็นธรรม"
วันนี้ (15 มกราคม 2569) เวลา 10.00 น. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงฯ ร่วมแสดงเจตจำนงต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมประกาศเจตนารมณ์ “ไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ “No Gift Policy: ทส. โปร่งใสและเป็นธรรม” ส่งเสริมการเป็นองค์กรคุณธรรมต้นแบบ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ ห้องประชุมศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ชั้น 2 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผ่านระบบ Video Conference ไปยังหน่วยงานในสังกัด ทส. ทั่วประเทศ โอกาสนี้ ดร.รวีวรรณ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ทส. ที่ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลในการบริหารและปฏิบัติราชการ โดยขอให้ผู้บริหาร ข้าราชการเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงฯทุกระดับมุ่งเน้นการปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมทั้งยึดถือประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นศูนย์กลางเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานของภาครัฐ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับภาพลักษณ์เรื่องการทุจริตของไทยในเวทีโลก การประกาศเจตนารมณ์ในครั้งนี้ ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายป้องกันและปราบปรามการทุจริตของกระทรวงฯ “No Gift Policy” ให้เป็นรูปธรรม สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท ด้านการต่อต้านการทุจริต และแนวทางการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) มุ่งมั่นที่จะปลูกฝังค่านิยมการไม่รับของขวัญและของกำนัลส่งเสริมให้บุคลากร เพื่อร่วมกันสร้างองค์กรที่โปร่งใส เป็นธรรม และปราศจากการทุจริต
ทั้งนี้ ได้มอบนโยบายห้ามไม่ให้เจ้าพนักงานของรัฐรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ เว้นแต่การรับโดยตามหลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยา เพื่อไม่ให้เป็นการรับทรัพย์สินจากบุคคลในโอกาสต่าง ๆ ที่จะมีอิทธิพลต่อการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม และห้ามรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ ไม่เกิน 3,000 บาท หรือสิ่งอื่นใดในลักษณะเดียวกันการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการรับในรูปแบบ “สินน้ำใจ” หรือ “สินบน” ซึ่งก็เป็นพฤติกรรมทุจริตที่ปฏิบัติกันมายาวนาน จึงอาจทำให้เกิดความเอนเอียงไม่เป็นไปตามระเบียบ กฎหมายที่กำหนดเป็นประตูนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชัน ก่อให้เกิดความเสียหายมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณของประเทศที่ต้องสูญเสียไป ความไว้วางใจของคนในสังคม ตลอดจนภาพลักษณ์ของประเทศ

